คาดตลาดเปิดรับความเสี่ยงต่อชัยชนะ โจ ไบเดน

คาดตลาดเปิดรับความเสี่ยงต่อ รับชัยชนะ โจ ไบเดน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดเปิดรับความเสี่ยง หลังผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ชี้ว่า นายโจ ไบเดนจะเป็นประธานาธิบดีคนถัดไป ขณะที่พรรคเดโมแครตอาจครองเสียงข้างมากแค่ในสภาผู้แทนฯ**(House of Representatives)**

การเลือกตั้งสหรัฐฯ ยังไม่สิ้นสุดโดยต้องระวังความวุ่นวายหาก ปธน.ทรัมป์ ประท้วงการนับคะแนน ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงรอลุ้นผลการเลือกตั้งวุฒิสภา

เงินดอลลาร์ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลง หลังผลการเลือกตั้งไม่ได้ผิดคาดไปมากแต่เงินดอลลาร์อาจกลับมาแข็งค่าได้ หากตลาดปิดรับความเสี่ยง จากปัญหาการระบาดของ COVID-19 หรือจากความวุ่นวายของผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ

กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า**30.40-30.90**บาท**/**ดอลลาร์

มุมมองนโยบายการเงิน

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางนิวซีแลนด์**(RBNZ)**ในวันพุธ ตลาดคาดว่า**RBNZ**จะ“คง”อัตราดอกเบี้ย**(Cash Rate)**ไว้ที่ระดับ**0.25%**หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจสะท้อนผ่านการปรับประมาณการเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในการประชุมครั้งนี้ นอกจากนี้ RBNZ อาจใช้มาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่สถาบันการเงิน (Funding for Lending Program) เพื่อช่วยหนุนการฟื้นตัวของภาคเอกชนและเศรษฐกิจโดยรวม

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

ฝั่งสหรัฐฯ –ประเด็นการเลือกตั้งสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม แม้ว่าผลการนับคะแนนล่าสุดจะชี้ว่า นายโจ ไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทว่าหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ก็อาจทำให้ต้องมีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งจะสร้างความวุ่นวายไปอย่างน้อยจนถึงก่อนวันที่ 8 ธันวาคม นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งวุฒิสภา (Senate) ก็ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอผลการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจียในวันที่ 5 มกราคม ดังนั้น ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ สามารถเป็นได้ทั้งกรณี สภาคองเกรสที่ผสม และ Blue Wave victory

ฝั่งยุโรป –แม้ว่าเศรษฐกิจยุโรปและอังกฤษจะฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 3 ชี้จากจีดีพีของยูโรโซนที่หดตัว 4.3%จากปีก่อน ดีขึ้นจากที่หดตัวราว 15% ในไตรมาสที่ 2 ส่วนในฝั่งอังกฤษเศรษฐกิจหดตัว 9.5% ดีขึ้นจากที่หดตัวเกือบ 22% ทว่าการระบาดของ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนหลายประเทศต้องใช้มาตรการ Lockdown ไม่น้อยกว่า 1 เดือน จะส่งผลให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจยุโรปมีปัญหามากขึ้น สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจเยอรมนี (ZEW Survey) ในเดือนพฤศจิกายนที่จะปรับตัวลดลงเหลือ 44จุด จากระดับ 56.1จุด ในเดือนก่อนหน้า

ฝั่งเอเชีย –เศรษฐกิจมาเลเซียในไตรมาสที่ 3 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นจากการทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown โดยจีดีพีหดตัวเหลือ 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดีขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ซึ่งเศรษฐกิจหดตัวถึง 17%

ฝั่งไทย –ความวุ่นวายทางการเมืองอาจกดดันให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนตุลาคมปรับตัวลดลงสู่ระดับ 49.5จุด จาก 50.2จุด

Global Economic Events Reviews and Week Ahead CalendarGlobal Economic Events Reviews and Week Ahead Calendar

Related post